เคล็ดลับก่อนสมัครงาน (ต่อ..)

เคล็ดลับก่อนสมัครงาน (ต่อ..)

 

6.   คุณจะต้องทำตัวให้นายจ้างเห็นถึงความมุ่งมั่นของคุณ และก็ความมั่นใจที่มีอยู่ในตัวคุณ ว่าคุณนั้นต้องการที่จะเข้ามาทำงานกับบริษัทนี้อย่างจริงจังและก็มุ่งมั่น  คงไม่มีนายจ้างคนไหนที่อยากจะได้พนักงานที่มีความเฉื่อยชา ซักช้า หรือไม่ก็แสดงความกระตือรือร้นในการงาน และที่สำคัญถ้าคุณอยากได้งานจริง ๆ  คุณก็อย่าแสดงอาการออกโดยการไม่สนใจอะไรเลย หรือว่าเฉยเมยทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่มีความกระตือรือร้น

7.   คุณอย่าทำตัวเป็นคนที่มีปัญหา ในเรื่องของเงื่อนไขต่าง ๆ ของทางบริษัท อย่างเช่น คุณมีข้อต่อรองในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องของเงินเดือน, เรื่องของวันหยุด, เรื่องของหน้าที่และก็ความรับผิดชอบ, เรื่องของสถานที่ทำงาน, เรื่องการทำงานที่ล่วงเวลา, และก็รวมถึงระยะเวลาการเดินทางต่าง ๆ  เพราะว่าเรายังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน เพราะฉะนั้น คุณไม่ควรทำตัวให้มีปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้กับทางบริษัท วิธีที่ดีนั้นคุณควรจะหาความรู้รอบตัวเกี่ยวกับบริษัทนั้น ๆ ก่อนที่คุณจะมาสัมภาษณ์งาน  เพราะถ้าคุณไม่มีความสะดวกในส่วนของเรื่องใด คุณก็ควรจะไม่รับนัดสัมภาษณ์กับทางบริษัทตั่งแต่เริ่มต้น

8.  คุณควรจะฝึกอ่านคำศัพท์ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ในการสมัครงานกับบริษัท เพราะว่าถ้ามีใบสมัครที่เป็นภาษาอังกฤษคุณจะได้กรอกได้

Comments: Comments Off

เคล็ดลับก่อนสมัครงาน

เคล็ดลับก่อนสมัครงาน

 ปัจจุบันบริษัทส่วนมากจะรับพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนมาร่วมงานด้วยและจะเลือกบุคคลเหล่านี้ มากกว่าที่จะเลือกรับนักศึกษาที่กำลังจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน

เพราะฉะนั้นสาว ๆ ทั้งหลายที่กำลังจบใหม่และกำลังมองหางานอยู่ควรจะปฏิบัติตนก่อนที่จะไปสมัครงาน เพื่อที่จะได้เข้ารับการพิจารณาในด่านแรก คือ

  1. ห้ามแต่งชุดนักศึกษาในการไปสมัครงาน แต่คุณควรจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สุภาพเพื่อที่จะให้คุณดูมีความเป็นผู้ใหญ่ และก็ดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
  2. คุณควรจะจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการสมัครงานไปด้วย อย่างเช่น ปากกา, ดินสอ, ยางลบ, กรรไกร, และที่เย็บกระดาษ เพื่อจะทำให้นายจ้างได้รู้ว่าคุณก็มีความพร้อมในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
  3. คุณจะต้องเตรียมเอกสารในการสมัครงานไปให้พร้อม อย่างเช่น รูปถ่าย, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาวุฒิการศึกษาและสำเนาทะเบียนบ้าน คุณควรจะจัดเตรียมไว้เป็นชุดเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการสมัครงาน
  4. ก่อนที่คุณจะไปสมัครงานคุณควรจะมีทักษะที่จะใช้ในการสมัครงาน อย่างเช่น วิธีการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นที่คุณควรจะรู้, วิธีการใช้งานอินเตอร์เน็ต, วิธีการรับส่งอีเมลล์ เพราะบริษัทส่วนใหญ่ต้องการความรู้พื้นฐานจากพนักงาน
  5. คุณควรจะศึกษาวิธีการใช้อุปกรณ์สำนักงานพื้นฐานไว้ อย่างเช่น เครื่องถ่ายเอกสาร, เครื่องพริ้นเตอร์, เครื่องแฟกซ์ ก่อนที่คุณจะไปสมัครงาน เพราะว่าอุปกรณ์สำนักงานเหล่านี้ใช้ไม่ยากนัก
Comments: Comments Off

การเตรียมตัวเป็นผู้บริหารที่ดีต้องมีวิธี ดังนี้

 

การเตรียมตัวเป็นผู้บริหารที่ดีต้องมีวิธี ดังนี้

ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีการปกครองอย่างมีศิลปะและสามารถครองใจคนและสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดคุณภาพ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย

ประเภทของผู้บริหาร

1. ผู้นำประเภทเผด็จการ คือ จะเป็นผู้นำที่มีความเด็ดขาดและถือเรื่องระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดในการดำเนินและงานการตัดสินใจต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับผู้นำคนเดียวเท่านั้น ในเรื่องของการบริหารงานทางด้านวิชาการและทางด้านธุรกิจจะเปรียบเหมือนกับกิจการที่เป็นเจ้าคนเดียว

2. ผู้นำประเภทประชาธิปไตย คือ เป็นคนที่มีความสำคัญให้สิทธิ์ทุกคนในการแสดงความคิดเห็น มีสิทธิในการเรียกร้องต่าง ๆ  โดยเป็นประชาธิปไตยจึงเป็นผุ้นำอีกประเภทหนึ่งที่สังคมยอมรับ และผูู้นำประเภทนี้จะเป็นที่รักใคร่ของผู้เพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก ผู้นำประเภทนี้จึงมีจำนวนมาก  แต่ว่าบางครั้งคนอาจจะมองว่าเป็นผู้นำที่ไม่มีจุดยืนของตัวเอง หรือว่ามองโลกในแง่ดีเกินไป

ในบางที่ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจจะไม่ชอบผู้นำประเภทนี้มากเท่าไหร่ เพราะว่าในทางปฏิบัตินั้นผู้นำบางคนอาจจะเป็นผู้นำทั้งสองประเภทในคนคนเดียวกัน และอาจจะมีลักษณะความแตกต่างที่โดดเด่นกันออกมาในแต่ละประเภท ซึ่งก็จะสามารถควบคุมการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงได้เช่นกัน การใช้อำนาจหน้าที่ของผู้นำจะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะว่าในตัวผู้นำแต่ละคนนั้นจะมีอำนาจและมีอิทธิพลสามารถที่จะดำเนินการหรือว่าสั่งการได้ตามความเหมาะสม

การใช้อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

1. การใช้อำนาจหน้าที่ที่เด็ดขาด  การใช้อำนาจประเภทนี้จะเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดคือ ในวงการทหารหรือว่าตำรวจ เพราะจะต้องมีความเด็ดขาดในการสั่งการเท่านั้น เพราะทั้งทหารและตำรวจ จะต้องมีระเบียบวินัยในการปกครอง  ถ้าหากตำรวจที่มีอาวุธอยู่ในมือ หากพวกเขาขาดวินัยก็จะเปรียบเสมือนกับโจรที่สามารถจะผิดได้ทุกเมื่อ

2. การใช้อำนาจหน้าที่อย่างมีศิลปะ  คือผู้นำโดยส่วนมากแล้วจะต้องเป็นผู้ที่มีคววามรู้และความสามารถ, มีความอดทนและก็ประสบการณ์ในการบังคับบัญชาคนอื่น โดยจะต้องทำงานแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ รวมไปถึงผลงานของเราก็จะเป็นที่ยอมรับ

3. การใช้อำนาจหน้าที่ด้วยวิธีการปรึกษาหารือ คือเป็นวิธีการใช้อำนาจอีกวิธีหนึ่งที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพราะว่าผู้บริหารที่เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน เช่น เรื่องการสอนงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเราเป็นไปในลักษณะการใช้อำนาจหน้าที่ด้วยวิธีการปรึกษา

4. การใช้อำนาจหน้าที่แบบมีส่วนร่วม คือบางคนอาจจะมองว่าการใช้อำนาจหน้าที่แบบมีส่วนร่วมนี้ก็ถือเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดแล้วเพราะว่าผู้บริหารเปิดใจกว้าง และผลงานที่ได้ก็จะมีประสิทธิภาพที่สูงสุดแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบในงานของแต่ละคนด้วย ในทางทฤษฎีนั้น การใช้อำนาจหน้าที่ให้เป็นประโยชน์อาจจะเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือว่าสภาพแวดล้อมรวมไปถึงลักษณะของการงานในแต่ละกิจกรรมด้วย

หน้าที่ของผู้บิหารสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

1. ลักษณะการควบคุม ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครอยากจะให้มีคนมาควบคุม ในทางปฏิบัติงานเราควรจะควบคุมอยู่ห่าง ๆ เพื่อไม่ให้เขาอีดอัดมากเกิดไปและวิธีนี้จะได้ผลดีมากในเรื่องของการติดตามผลงานหรืออาจจะใช้วิธีการควบคุมด้วยระบบเอกสาก็ได้

2. ลักษณะการตรวจตรา เป็นหน้าที่ของผู้บริหารอยู่แล้วที่จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ หรือว่าผลการทำงานตามขั้นตอนและวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นได้ทัน

3. ลักษณะการประสานงาน เป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกัน รวมไปถึงเรื่องของตำแหน่งหน้าที่และการงานซึ่งถือว่ามีความจำเป็นและมีความสำคัญมากในการปฏิบัติงานแต่ล่ะครั้ง

4. ลักษณะการวินิจฉัยหรือสั่งการ คำสั่งของผู้นำนั้นเรื่องสำคัญ เพราะว่าผู้นำที่ดีจะต้องรู้จักการใช้คนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด การสั่งการที่ดีจะต้องมีความชัดเจนที่สุดและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที

5.  ลักษณะการโน้มน้าวให้ทำงาน ผู้บริหารหรือว่าผู้นำจะต้องชักชวนให้ลูกน้องมีความสนใจในการทำงานและทำด้วยความตั้งใจ มีความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน และจะต้องเต็มใจที่จะทำงานนั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

6. ลักษณะการประเมินผลงาน จะต้องมีการพิจารณาความดีความชอบในการทำงานของพนักงานเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง และจะเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับพวกเขาด้วย

 

 

Comments: Comments Off

วิธีการสื่อสารให้ลูกค้าพึงพอใจ

วิธีการสื่อสารให้ลูกค้าพึงพอใจ

ธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพระาว่านี้คือหัวใจหลักของธุรกิจก็ว่าได้นั่นก็คือการบริการลูกค้าและการติดต่อสื่อสาร กับลูกค้า ไม่มีสิ่งไหนจะมาเทียบเท่ากับการที่เราจะต้องบริการและติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และให้บริการเพื่อให้ลูกค้าได้ความพึงพอใจกลับออกไป ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ วิธีในการที่จะสื่อสารเพื่อให้ได้มาถึงความต้องการที่ของลูกค้า และเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และเราขอเสนอวิธีในการปฏิบัติต่างต่อลูกค้าดังนี้คือ พยายามพูดน้อยๆฟังให้มากๆเวลาลูกค้าต้องการที่จะพูดแสดงความคิดเห็น เราก็จะต้องเป็นผู้ต้องรับฟัง และเวลาเราจะแสดงความคิดเห็น  ลูกค้าก็จะต้องยินดีรับฟังความคิดเห็นของเราด้วย อย่าเสียมารยาทด้วยการพูดสอดแทรกกลางคัน เพราะว่าการพูดสอดแทรกบ่อย ๆ ขณะที่ลูกค้ากำลังพูดนั้น จะทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก และจะเป็นการสร้างความไม่พึงพอใจแก่ลูกค้าไปโดยปริยาย พยายามอย่าเอาแต่โต้แย้งลูกค้า ข้อนี้จะเป็นข้อที่สำคัญมากๆ  เพราะว่าคนเรามักเจะคารพคนที่พูดจาดูนอบน้อมเรียบร้อยแต่ถ้าเกิดว่าเราพูดจาเสียงดังหรือยอกย้อน ก็จะทำให้ลูกค้าไม่อยากจะฟังเรา และที่สำคัญคนชอบโต้แย้งก็จะไม่มีทางรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้ อย่าแย่งกันแสดงความคิดเห็น ในทางที่ดีเราควรให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก แล้วเราค่อยตอบคำถามหรือพูดแสดงความคิดเห็นเป็นลำดับถัดมา และเมื่อเราทำความเข้าใจกับความต้องการทั้งหมดและก็สภาพของลูกค้าแล้ว เราควรจะทบทวนความต้องการอีกครั้ง และโดยทั่วไปแล้วลูกค้าก็หวังที่จะให้เรารู้ถึงความต้องการของลูกค้าด้วย แต่ถ้าเรายอมอ่อนข้อให้กับลูกค้าในบางเรื่อง และก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้าสนใจและอยากจะรับฟังเรามากขึ้นมากขึ้น และยังจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจเหตุผลของเราได้ด้วย พยายามอย่าคัดค้านความคิดเห็นของลูกค้าต่อหน้า อันที่จริงแล้วคนเราล้วนแต่ชอบรักษาท่าทีกัน ไม่อยากหาเรื่องขัดแย้ง เหตุผลที่สำคัญคือ เราจะต้องมีเป้าหมายที่จะให้บริการกับลูกค้าโดยจะต้องอยู่ในกรอบที่เราสามารถทำได้ด้วยและสิ่งสุดท้ายที่สำคัญในการบริกาให้กับลูกค้าคือ พนักงานจะต้องถามตัวเองว่าระหว่างการทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจ กับการเอาชนะลูกค้าอันไหนสำคัญกว่ากัน สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของท่านประสบความสำเร็จได้ ถ้าเราบริการลูกค้าแล้วทำให้ลูกค้าประทับใจมีการบริการหลังการขายที่ดีก็จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการของเราอีก ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในการบริการของเราแถมยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของเราเองอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments: Comments Off