Archive for February, 2012

เสน่ห์ของการมีสุขภาพดีด้วยช็อกโกแลต

Tuesday, February 28th, 2012

เสน่ห์ของการมีสุขภาพดีด้วยช็อกโกแลต

 

หลายคนนั้นอาจจะชอบการกินช็อกโกแลตมาก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าช็อกโกแลตนั้น ดีต่อสุขภาพนะค่ะ      สำหรับวันนี้เรา ก็เลยขอเอาใจ คุณ ๆ ทั้งหลายที่ชอบรับประทานช็อกโกแลต งั้นเรามาดูกันว่าช็อกโกแลตนั้นมีประโยชน์สำหรับสุขภาพร่างกาย ของคนเราอย่างไรกันบ้าง

 

สำหรับคนที่อยากจะมีเสน่ห์ของการมีสุขภาพดีก็ลองมองช็อกโกแลต ในแง่ลบนั้น คงจะต้องเปลี่ยนใจใหม่ ถ้าคุณได้ลองอ่านบทความดี ๆ ของช็อกโกแลต ทั้งอร่อยและก็มีประโยชน์อีกด้วย

ประโยชน์จากช็อกโกแลต

-                   ช็อกโกแลตช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ได้

-                   ช็อกโกแลตช่วยในการรักษา เรื่องของหัวใจได้เช่นกันค่ะ

-                   ช็อกโกแลตสามารถต่อสู้ กับอาการก่อนมีประจำเดือนได้

-                   กินช็อกโกแลตช่วยให้คลายเครียดได้

-                   และถ้าเกิดว่าคุณเครียด เซโรโทนินนั้น ก็สามารถที่จะช่วยคุณได้ สำหรับวิธี ในการสร้างเซโรโทนินนั้น คือ วิธีการออกกำลังค่ะ และส่วนอาหารที่มีกรดอะมิโนทริปโตฟาน ที่จะช่วยเปลี่ยนเป็นเซโรโทนิน    สำหรับร่างกายได้นั้น ก็คือ ช็อกโกแลต นั่นเองค่ะ

-                   ในช็อกโกแลตนั้นก็จะอุดมไปด้วย พลังงาน และก็จะมีกาเฟอีนอยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว ช็อกโกแลตก็สามารถที่จะทำให้คุณนั้น ตื่นตัวได้ตลอดเวลาค่ะและถ้าคุณนั้น ได้เลือกซื้อช็อกโกแลต ในแบบที่มีกาเฟอีนอยู่มากนั้น ก็จะดีเพราะว่าจะมีน้ำตาล ในปริมาณที่น้อยกว่าแบบอื่น  และก็จะดีสำหรับสุขภาพเราอีกด้วย

-                   ช็อกโกแลตสามารถช่วย ในการบรรเทาอาการไอได้เช่นกัน  และนักวิจัยก็ได้พบว่า สารประกอบ ธีโอโบรไมน์ ที่อยู่ในช็อกโกแลตนั้น มีประสิทธิภาพมากกว่า ยาโคดีอีน ที่อยู่ในกรดอาการไอและก็จะไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เกิดขึ้น เช่น อาการง่วงนอน หรือว่าอาการท้องผูก อย่างนี้เป็นต้น และนี่ก็คือ เสน่ห์ของการมีสุขภาพดี จากช็อกโกแลตค่ะ

ดูแลดวงตายังไง ให้มีสุขภาพดี

Tuesday, February 21st, 2012

ดูแลดวงตายังไง ให้มีสุขภาพดี

        บางคนอาจจะสงสัยว่า เพราะอะไรถึงต้องตรวจดวงต ซึ่งความเป็นจริงนั้น โรคที่เกี่ยวกับดวงตา บางโรคนั้น อาจจะไม่แสดงอาการออกมา ให้เราเห็นว่าเรานั้นกำลังเป็นโรคอะไรอยู่ อาจจะถึงระยะที่รุนแรงแล้วก็ได้ และก็ไม่อาจจะรักษาได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงควรที่จะมีการตรวจสุขภาพ ของดวงตาบ้าง  และเราก็มีวิธีในการตรวจรักษา เพื่อให้สุขภาพดวงตาของคุณนั้น มีสุขภาพ
 

วิธีการวัดระดับสายตา ของการมองเห็น   เริ่มแรกให้คุณนั้น ตรวจสภาพตาก่อน ก็คือ วิธีของการวัดระดับ ของการมองเห็นโดยตาเปล่า ๆ เพราะจะสามารถทำให้เราได้รู้ว่า สายตาของเรานั้นเป็นอย่างไร ด้วยวิธีการอ่านแผนภูมิ ของตัวเลขที่มีตัวเล็ก ลงไปเรื่อย ๆ เช่น ระดับของการมองเห็นที่ 20/200 คือ เป็นตัวเลขที่มีขนาดเล็ก มากที่สุด และคุณนั้นสามารถที่จะอ่านได้ โดยอยู่ในระยะห่างประมาณ 20 ฟุต เหมือนกับคนปกติหรือไม่

 


วิธีการวัดสายตา โดยการใช้เครื่องวัดสายตา แบบอัตโนมัติ    ถ้าคุณนั้น ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ ในระยะ 20  สำหรับการตรวจ โดยการใช้เครื่องวัดสายตา ในแบบอัตโนมัตินั้น ก็สามารถที่จะตรวจ เพื่อหาความผิดปกติของการมองเห็นได้ อย่างเช่น คนที่มีสายตาสั้น คนที่มีสายตายาวตั้งแต่เกิด และคนที่มีสายตาเอียง และก็เกิดจาก กำลังของการรวมแสง ที่เหมาะกับความยาว ของลูกตาเรา สำหรับการวัดสายตา โดยเครื่องวัดสายตา ในแบบอัตโนมัตินั้น ก็หาค่าความผิดปกติ ของการมองเห็นได้

สำหรับการวัด ความดันของดวงตา  ซึ่งจะเป็นการตรวจหา ว่าจะมีโอกาสเป็นโรคต้อหินหรือไม่ เพราะว่าสาเหตุนั้นเกิดจาก ตานั้นไม่ทนต่อความดัน ที่อยู่ภายในตัวเองได้ค่ะ สำหรับคนที่เป็นโรคต้อหิน โดยส่วนมากนั้น จะไม่แสดงอาการออกมา และก็จะมีความดันตา ที่สูงมากกว่าปกติ ประมาณ 10-20 มิลลิเมตรปรอท ถ้าเกิดว่าตรวจแล้วก็จะเห็นว่า ได้มีความดันตาผิดที่ปกติ และจักษุแพทย์นั้น ก็จะทำการตรวจ โดยละเอียด ว่าคุณนั้นได้เป็น โรคต้อหินหรือเปล่า

สำหรับการตรวจ สุขภาพของดวงตา   และสิ่งสุดท้าย สำหรับการตรวจสุขภาพ ของดวงตา ก็คือ การไปพบจักษุแพทย์ และจักษุแพทย์นั้น ก็จะทำการตรวจ โดยละเอียด และก็จะวิเคราะห์ เพื่อหาผลการตรวจ จากนั้นก็จะสรุปผลเพื่อให้รู้ ส่วนแพทย์นั้น ก็อาจจะมีการแนะนำ ให้มีการตรวจเพิ่มเติม เพื่อที่จะหาโรคเกี่ยวกับตาอื่น ๆ

7 เคล็ดลับเพื่อบุคลิกภาพที่ดี

Tuesday, February 14th, 2012

7 เคล็ดลับเพื่อบุคลิกภาพที่ดี

วิธีการมอง

         คุณทราบหรือไม่ว่า สายตาของคนเรานั้น สามารถที่จะบอกถึงความรัก, ความเกลียดชัง, ความเมตตาปรานี, ความโกรธแค้น, ความเคารพนับถือ, หรือว่าความเหยียดหยาม, การดูหมิ่นดูและแคลนได้ เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อคุณจะมองใคร คุณจะต้องพยายาม ให้ใช้สายตาที่สุภาพเรียบร้อย และก็ระวังการใช้สายตาอย่างมาก  เพื่อไม่ให้คนอื่นนั้นเกิดความเข้าใจผิด หรือว่ารู้สึกที่ไม่ดีต่อคุณได้

วิธีการแต่งตัว
         ในการแต่งกายนั้น สามารถบ่งบอกถึง ความพิถีพิถัน และก็เอาใจใส่ในตัวเอง ก็จะช่วยทำให้คุณดูดี หรือว่าดูแย่ก็ได้ และในทุกครั้งที่คุณเลือกเครื่องแต่งกายนั้น หรือว่าคุณกำลังจะแต่งกาย คุณจะต้องคำนึงถึง ความสะอาดและความเรียบร้อย เพื่อให้ถูกต้อง และก็เหมาะสมในกาลเทศะต่าง ๆ  และการแต่งกายให้พอดี คุณอย่าแต่งให้มากจนเกินไป หรือว่าน้อยจนเกินไปจนดูน่าเกลียด

วิธีการพูด

         คุณจะต้องมีศิลปะของการพูด คุณจะต้องพูดให้ชนะใจผู้ฟัง และคุณนั้นจะต้อง  พูดสุภาพ, ไพเราะ, และก็มีน้ำเสียงที่น่าชวนฟัง, เสียงดังฟังชัด, พูดจาฉะฉาน และก็ใช้คำพูดที่เหมาะสม และคุณจะต้องคำนึงถึงวัย, เพศ, ระดับของการศึกษา, อาชีพ, และก็ความสนใจพิเศษของคนฟังด้วย รวมทั้งคำนึงถึงสถานที่, เวลา, และก็โอกาส

วิธีการเดิน

         คุณจะต้องเดินตัวตรง ๆ โดยมีอกผาย และก็ไหล่ผึ่ง เพื่อที่จะให้คุณดูสง่า แต่ก็ไม่ต้องถึงขนาด หลังตรงตัวแข็ง คุณก็ควรจะเดินให้มีท่าทาง ที่สง่าและก็เรียบร้อย ในขณะที่เดินนั้นก็ให้ก้าวเท้าที่ยาวพอสมควร และก็สอดคล้อง กับเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ด้วย รวมทั้งรองเท้าที่คุณสวมใส่เช่นกัน

 วิธีการแสดงท่าทาง

         คุณจะต้องระวังท่าทาง ที่แสดงไม่สวยงาม ในขณะเวลาพูด หรือว่าทำอะไรก็แล้วแต่ คุณอย่าแสดงท่าประกอบมากจนเกินไป ถึงกับน่าเกลียด หรือว่าแสดงอาการไม่สุภาพ และท่าทางที่ดีนั้น ก็จะต้องมาจากความสงบ, ความสำรวม รวมทั้งการให้เกียรติตนเอง และก็คนอื่น

 ทักษะของการทำงาน

        การทำงานที่ไหนก็ตาม คุณจะต้องทำมันให้ดีที่สุดคุณจะต้องทำด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว ทำด้วยความชำนาญ และก็ให้ได้ผลงานออกมาดี และจะต้องทำด้วยความมุ่งมั่น และก็ตั้งใจและก็อย่าให้น้อยกว่าความสามารถที่คุณมี หรือว่าทำได้

 การมีสุขภาพที่ดี

        คุณจะต้องระวังสุขภาพของคุณให้ดี คุณอย่าให้มีโรคต่าง  ๆ  และระวังรักษาสุขภาพร่างกายของคุณให้สมบูรณ์ และก็แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา สำหรับคนที่ป่วยอยู่ตลอดเวลานั้น ก็จะดูเป็นคนขี้โรค และก็จะดูน่าเป็นห่วง และก็ดูอ่อนแอ และก็ไม่คล่องแคล่ว

ทำยังไงถึงจะมีงานทำ

Wednesday, February 8th, 2012

ทำยังไงถึงจะมีงานทำ

 

ยังคงมีคนอีกจำนวนมากที่กำลังตกงานอยู่ตอนนี้ และก็มีอีกหลายคนที่ได้งานทำแล้ว ส่วนคนที่ตกงาน ก็อาจจะยังขอเงินพ่อกับแม่อยู่ในช่วงที่ตกงาน  คิดแล้วก็กลุ้มนะค่ะ เพราะว่าใน แต่ละปี จะนักศึกษาที่กำลังจบใหม่เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแข่งขันกัน เพื่อที่จะได้มีงานทำ บางคนที่จบมาแล้วอาจจะมีคนรู้จักรับไปทำงานเลยก็มี  หรือว่าคนที่จบแล้วมีเกรดที่สูง ๆ บริษัทก็จองตัวไปทำงานซะแล้ว  แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังจะต้องหางาน  คุณอาจจะเหนื่อยกับการหางานที่แสนจะลำบาก และในวันนี้เรามีวิธีเตรียมตัวหางานสำหรับนักศึกษาทั้งหลายที่กำลังจะจบค่ะ

  ในช่วงตอนที่คุณเป็นนักศึกษานั้น นอกเหนือจากการตั้งใจเรียนแล้ว  คุณจะต้องเริ่มค้นหาตัวเองว่าคุณชอบอะไร ว่าคุณนั้นอยากที่จะทำงานเกี่ยวกับอะไร  ถ้าคุณรู้แล้วว่าคุณชอบอะไรก็ให้คุณเตรียมความพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานได้เลยค่ะ  และถ้าคุณได้งานแล้ว คุณก็อย่าลืมว่าตัวคุณนั้นจะพัฒนาไปเช่นไรต่อไป การที่เราให้คุณคิดก่อนนั้น  เป็นเพราะว่าคนส่วนมากจะทำงานไม่ตรงกับที่เรียนมา อย่างเช่น มีบางคนที่เรียนจบทางด้านเภสัชกรมา  แต่สุดท้ายกลับต้องมาทำงานเป็นนักแต่งเพลงซะงั้น  และที่สำคัญนั้นการหางานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่มันก็ขึ้นอยู่กับจังหวะ  และก็โอกาสนั้น ๆ ด้วย

เรามีความเชื่อว่า นักศึกษาบางคนไม่ได้ชอบคณะที่เรียน และสิ่งที่นักศึกษาเรียนมานั้น  ก็สามารถช่วยในอาชีพงานได้ส่วนหนึ่ง  แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ คุณจะต้องทำการค้นหาตัวเองว่าคุณนั้น ชอบในสิ่งไหน และต้องการจะทำอะไร ถึงแม้ว่าคุณจะค้นพบตัวเอง  หลังจากที่คุณเรียนจบไปแล้วก็ตามมันยังไม่สายเกินไป

เคล็ดลับก่อนสมัครงาน (ต่อ..)

Wednesday, February 1st, 2012

เคล็ดลับก่อนสมัครงาน (ต่อ..)

 

6.   คุณจะต้องทำตัวให้นายจ้างเห็นถึงความมุ่งมั่นของคุณ และก็ความมั่นใจที่มีอยู่ในตัวคุณ ว่าคุณนั้นต้องการที่จะเข้ามาทำงานกับบริษัทนี้อย่างจริงจังและก็มุ่งมั่น  คงไม่มีนายจ้างคนไหนที่อยากจะได้พนักงานที่มีความเฉื่อยชา ซักช้า หรือไม่ก็แสดงความกระตือรือร้นในการงาน และที่สำคัญถ้าคุณอยากได้งานจริง ๆ  คุณก็อย่าแสดงอาการออกโดยการไม่สนใจอะไรเลย หรือว่าเฉยเมยทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่มีความกระตือรือร้น

7.   คุณอย่าทำตัวเป็นคนที่มีปัญหา ในเรื่องของเงื่อนไขต่าง ๆ ของทางบริษัท อย่างเช่น คุณมีข้อต่อรองในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องของเงินเดือน, เรื่องของวันหยุด, เรื่องของหน้าที่และก็ความรับผิดชอบ, เรื่องของสถานที่ทำงาน, เรื่องการทำงานที่ล่วงเวลา, และก็รวมถึงระยะเวลาการเดินทางต่าง ๆ  เพราะว่าเรายังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน เพราะฉะนั้น คุณไม่ควรทำตัวให้มีปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้กับทางบริษัท วิธีที่ดีนั้นคุณควรจะหาความรู้รอบตัวเกี่ยวกับบริษัทนั้น ๆ ก่อนที่คุณจะมาสัมภาษณ์งาน  เพราะถ้าคุณไม่มีความสะดวกในส่วนของเรื่องใด คุณก็ควรจะไม่รับนัดสัมภาษณ์กับทางบริษัทตั่งแต่เริ่มต้น

8.  คุณควรจะฝึกอ่านคำศัพท์ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ในการสมัครงานกับบริษัท เพราะว่าถ้ามีใบสมัครที่เป็นภาษาอังกฤษคุณจะได้กรอกได้