การเตรียมตัวเป็นผู้บริหารที่ดีต้องมีวิธี ดังนี้
การเตรียมตัวเป็นผู้บริหารที่ดีต้องมีวิธี ดังนี้
ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีการปกครองอย่างมีศิลปะและสามารถครองใจคนและสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดคุณภาพ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย
ประเภทของผู้บริหาร
1. ผู้นำประเภทเผด็จการ คือ จะเป็นผู้นำที่มีความเด็ดขาดและถือเรื่องระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดในการดำเนินและงานการตัดสินใจต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับผู้นำคนเดียวเท่านั้น ในเรื่องของการบริหารงานทางด้านวิชาการและทางด้านธุรกิจจะเปรียบเหมือนกับกิจการที่เป็นเจ้าคนเดียว
2. ผู้นำประเภทประชาธิปไตย คือ เป็นคนที่มีความสำคัญให้สิทธิ์ทุกคนในการแสดงความคิดเห็น มีสิทธิในการเรียกร้องต่าง ๆ โดยเป็นประชาธิปไตยจึงเป็นผุ้นำอีกประเภทหนึ่งที่สังคมยอมรับ และผูู้นำประเภทนี้จะเป็นที่รักใคร่ของผู้เพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก ผู้นำประเภทนี้จึงมีจำนวนมาก แต่ว่าบางครั้งคนอาจจะมองว่าเป็นผู้นำที่ไม่มีจุดยืนของตัวเอง หรือว่ามองโลกในแง่ดีเกินไป
ในบางที่ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจจะไม่ชอบผู้นำประเภทนี้มากเท่าไหร่ เพราะว่าในทางปฏิบัตินั้นผู้นำบางคนอาจจะเป็นผู้นำทั้งสองประเภทในคนคนเดียวกัน และอาจจะมีลักษณะความแตกต่างที่โดดเด่นกันออกมาในแต่ละประเภท ซึ่งก็จะสามารถควบคุมการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงได้เช่นกัน การใช้อำนาจหน้าที่ของผู้นำจะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะว่าในตัวผู้นำแต่ละคนนั้นจะมีอำนาจและมีอิทธิพลสามารถที่จะดำเนินการหรือว่าสั่งการได้ตามความเหมาะสม
การใช้อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
1. การใช้อำนาจหน้าที่ที่เด็ดขาด การใช้อำนาจประเภทนี้จะเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดคือ ในวงการทหารหรือว่าตำรวจ เพราะจะต้องมีความเด็ดขาดในการสั่งการเท่านั้น เพราะทั้งทหารและตำรวจ จะต้องมีระเบียบวินัยในการปกครอง ถ้าหากตำรวจที่มีอาวุธอยู่ในมือ หากพวกเขาขาดวินัยก็จะเปรียบเสมือนกับโจรที่สามารถจะผิดได้ทุกเมื่อ
2. การใช้อำนาจหน้าที่อย่างมีศิลปะ คือผู้นำโดยส่วนมากแล้วจะต้องเป็นผู้ที่มีคววามรู้และความสามารถ, มีความอดทนและก็ประสบการณ์ในการบังคับบัญชาคนอื่น โดยจะต้องทำงานแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ รวมไปถึงผลงานของเราก็จะเป็นที่ยอมรับ
3. การใช้อำนาจหน้าที่ด้วยวิธีการปรึกษาหารือ คือเป็นวิธีการใช้อำนาจอีกวิธีหนึ่งที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพราะว่าผู้บริหารที่เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน เช่น เรื่องการสอนงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเราเป็นไปในลักษณะการใช้อำนาจหน้าที่ด้วยวิธีการปรึกษา
4. การใช้อำนาจหน้าที่แบบมีส่วนร่วม คือบางคนอาจจะมองว่าการใช้อำนาจหน้าที่แบบมีส่วนร่วมนี้ก็ถือเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดแล้วเพราะว่าผู้บริหารเปิดใจกว้าง และผลงานที่ได้ก็จะมีประสิทธิภาพที่สูงสุดแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบในงานของแต่ละคนด้วย ในทางทฤษฎีนั้น การใช้อำนาจหน้าที่ให้เป็นประโยชน์อาจจะเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือว่าสภาพแวดล้อมรวมไปถึงลักษณะของการงานในแต่ละกิจกรรมด้วย
หน้าที่ของผู้บิหารสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
1. ลักษณะการควบคุม ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครอยากจะให้มีคนมาควบคุม ในทางปฏิบัติงานเราควรจะควบคุมอยู่ห่าง ๆ เพื่อไม่ให้เขาอีดอัดมากเกิดไปและวิธีนี้จะได้ผลดีมากในเรื่องของการติดตามผลงานหรืออาจจะใช้วิธีการควบคุมด้วยระบบเอกสาก็ได้
2. ลักษณะการตรวจตรา เป็นหน้าที่ของผู้บริหารอยู่แล้วที่จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ หรือว่าผลการทำงานตามขั้นตอนและวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นได้ทัน
3. ลักษณะการประสานงาน เป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกัน รวมไปถึงเรื่องของตำแหน่งหน้าที่และการงานซึ่งถือว่ามีความจำเป็นและมีความสำคัญมากในการปฏิบัติงานแต่ล่ะครั้ง
4. ลักษณะการวินิจฉัยหรือสั่งการ คำสั่งของผู้นำนั้นเรื่องสำคัญ เพราะว่าผู้นำที่ดีจะต้องรู้จักการใช้คนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด การสั่งการที่ดีจะต้องมีความชัดเจนที่สุดและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที
5. ลักษณะการโน้มน้าวให้ทำงาน ผู้บริหารหรือว่าผู้นำจะต้องชักชวนให้ลูกน้องมีความสนใจในการทำงานและทำด้วยความตั้งใจ มีความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน และจะต้องเต็มใจที่จะทำงานนั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
6. ลักษณะการประเมินผลงาน จะต้องมีการพิจารณาความดีความชอบในการทำงานของพนักงานเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง และจะเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับพวกเขาด้วย
